ถัง FRP เป็นถังเก็บสารเคมีที่โรงงานอุตสาหกรรมในไทยนิยมใช้มาก เพราะทนการกัดกร่อน น้ำหนักเบา และสั่งผลิตตามแบบหน้างานได้ แต่ปัญหาที่เจอบ่อยคือ ฝ่ายจัดซื้อระบุแค่ความจุ เช่น "ถัง 10,000 ลิตร" โดยไม่บอกว่าจะเก็บสารอะไร ผู้ผลิตจึงอาจเลือกเรซิ่นไม่เหมาะ ถังรั่วซึมหลังใช้ไปไม่นาน และโรงงานต้องหยุดระบบเพื่อเปลี่ยนถังใหม่ บทความนี้สรุปข้อมูล 5 อย่างที่ควรรู้ก่อนสั่งผลิตถังเคมี เพื่อให้ได้ถังที่ปลอดภัยและใช้งานได้ยาวนาน
ถัง FRP คืออะไร?
ถัง FRP คือถังที่ทำจากพลาสติกเสริมใยแก้ว ผลิตโดยใช้เรซิ่นเป็นตัวยึดและใช้ใยแก้วช่วยเพิ่มความแข็งแรง จึงทนการกัดกร่อนของกรด ด่าง และสารเคมีได้ดีกว่าถังเหล็กทั่วไป
ผนังถัง FRP ประกอบด้วยชั้นกันกัดกร่อนด้านใน ชั้นโครงสร้าง และชั้นผิวด้านนอกFRP (Fiberglass Reinforced Plastic) หมายถึงวัสดุคอมโพสิตที่ประกอบด้วย เรซิ่น (เนื้อพลาสติกที่ทำหน้าที่ยึดและกันสารเคมี) กับ ใยแก้ว (ส่วนที่เพิ่มความแข็งแรง) ในไทยมักเรียกกันว่า ถังไฟเบอร์กลาส
จุดเด่นของถัง FRP สำหรับงานอุตสาหกรรม:
- ทนการกัดกร่อน: ใช้กับกรด ด่าง และสารออกซิไดซ์ได้ ถ้าเลือกเรซิ่นถูกชนิด
- น้ำหนักเบา: ขนย้ายและติดตั้งง่ายกว่าถังเหล็กบุยาง
- สั่งทำได้หลายแบบ: ทั้งถังกลมแนวตั้ง ถังแนวนอน และถังเหลี่ยม
- ใช้งานได้นาน: ถ้าออกแบบถูกต้อง ถังอาจใช้งานได้ 20-30 ปี
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ถังไฟเบอร์กลาสคืออะไร
ทำไมการเลือกถัง FRP ผิดจึงทำให้โรงงานเสียหาย?
ถ้าเรซิ่นทนสารเคมีที่เก็บไม่ได้ ผนังถังจะค่อยๆ ถูกกัดกร่อน ใยแก้วหลุดลุ่ย และเกิดการรั่วซึม ค่าเสียหายจึงไม่ได้มีแค่ราคาถังใหม่ แต่รวมถึงการหยุดผลิตและความเสี่ยงด้านความปลอดภัยด้วย
ตัวอย่างความเสียหายเมื่อใช้เรซิ่นที่ไม่ทนต่อสารเคมีที่จัดเก็บผลกระทบที่โรงงานมักเจอ:
- ถังรั่วซึม: สารเคมีอันตรายรั่วออกสู่พื้นที่ทำงาน
- ใยแก้วหลุดลุ่ย: ผนังด้านในเสื่อมเร็ว จนถังรับแรงดันของของเหลวไม่ไหว
- ต้องหยุดระบบ: ถังที่ติดตั้งร่วมกับท่อและปั๊มแล้ว ต้องรื้อออกเพื่อเปลี่ยน
- ค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน: ทั้งค่าถังใหม่ ค่าแรงติดตั้ง และค่าเสียโอกาสจากการหยุดผลิต
- ผิดเงื่อนไขกฎหมาย: อาจขัดกับข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมของกรมโรงงานอุตสาหกรรม
ถัง FRP เลือกอย่างไร? 5 ข้อต้องรู้ก่อนสั่งผลิต
การเลือกถัง FRP ให้เหมาะสม ต้องแจ้งผู้ผลิตให้ครบ 5 เรื่อง คือ ชนิดสาร ความเข้มข้น อุณหภูมิ เอกสาร SDS/MSDS และแบบถังกับพื้นที่ติดตั้ง ข้อมูลเหล่านี้ใช้กำหนดชนิดเรซิ่น ความหนาผนัง และโครงสร้างของถัง
5 ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ ชนิดสาร ความเข้มข้น อุณหภูมิ SDS/MSDS และแบบถัง1. สารเคมีที่จะเก็บเป็นชนิดไหน?
ต้องรู้ชื่อสาร สูตรเคมี สถานะ และรู้ว่าสารเป็น กรด ด่าง หรือตัวทำละลาย เพราะสารแต่ละกลุ่มต้องใช้เรซิ่นและชั้นกันกัดกร่อนที่ต่างกัน
- กรด เช่น กรดเกลือ (HCl) และกรดซัลฟิวริก: ใช้เรซิ่นทนกรด อย่างไวนิลเอสเตอร์
- ด่าง เช่น โซดาไฟ (NaOH): ด่างกัดใยแก้วได้ ชั้นในสุดจึงควรใช้แผ่นใยสังเคราะห์แทนใยแก้ว
- สารออกซิไดซ์ เช่น โซเดียมไฮโปคลอไรต์ ที่ใช้ในระบบประปาและบำบัดน้ำเสีย: ต้องใช้เรซิ่นที่ทนสารกลุ่มนี้ได้โดยเฉพาะ และต้องบ่มเรซิ่นให้สมบูรณ์
ถังเก็บกรดเกลือควรติดป้ายชื่อสารและสัญลักษณ์อันตรายให้ชัดเจน2. สารเคมีเข้มข้นกี่เปอร์เซ็นต์?
สารชนิดเดียวกันแต่ความเข้มข้นต่างกัน จะกัดกร่อนได้ไม่เท่ากัน ตัวอย่างเช่น กรดไฮโดรคลอริก 10% กับ 35% ที่ 35% กรดจะระเหยเป็นไอกรดมากกว่าและกัดกร่อนรุนแรงกว่าเห็นได้ชัด ถ้าใช้เรซิ่นเกรดต่ำ ถังจะเสื่อมเร็ว
นอกจากนี้ ผู้สั่งผลิตควรถามผู้ผลิตว่าใช้เรซิ่นยี่ห้อและเกรดอะไร และผลิตตามมาตรฐานใด เช่น ASTM D3299, ASTM D4097 หรือ BS EN 13121 เพราะใบเสนอราคาที่ถูกกว่ามักมาจากการใช้เรซิ่นเกรดต่ำกว่า
ยิ่งความเข้มข้นของกรดสูง เรซิ่นยิ่งต้องทนการกัดกร่อนได้มากขึ้น3. อุณหภูมิใช้งานสูงสุดกี่องศา?
เรซิ่นแต่ละชนิดทนอุณหภูมิได้ต่างกันมาก บางชนิดทนได้ราว 60°C แต่บางชนิดทนได้มากกว่า 120°C ถ้าสารเคมีร้อนเกินกว่าที่เรซิ่นรับได้ ถังจะอ่อนตัว ผนังเสื่อม และอายุการใช้งานสั้นลงมาก
ต้องแจ้งผู้ผลิต 3 เรื่อง:
- อุณหภูมิปกติ: อุณหภูมิของสารระหว่างการใช้งานตามปกติ
- อุณหภูมิสูงสุด: อุณหภูมิสูงสุดที่อาจเกิดขึ้น เช่น ตอนเติมสารร้อน หรือตอนผสมสารที่ทำปฏิกิริยาแล้วคายความร้อน
- ตำแหน่งติดตั้ง: ถังตั้งกลางแจ้งหรือในอาคาร ถ้าตั้งกลางแจ้ง ถังจะโดนแดดและอากาศร้อน 3540°C แบบในไทย จึงควรเคลือบผิวนอกด้วยสารป้องกันรังสียูวี
ถังที่ตั้งกลางแจ้งในสภาพอากาศร้อนแบบไทย ควรเคลือบผิวนอกด้วยสารกันยูวี4. มีเอกสาร SDS หรือ MSDS หรือไม่?
SDS/MSDS คือเอกสารข้อมูลความปลอดภัยที่ผู้จำหน่ายสารเคมีต้องส่งมอบให้ลูกค้า และเป็นข้อมูลที่ช่วยผู้ผลิตออกแบบถังได้แม่นยำที่สุด
SDS (Safety Data Sheet) หรือชื่อเดิมคือ MSDS เป็นเอกสารระบุส่วนประกอบ ความเข้มข้น คุณสมบัติทางกายภาพ ความเป็นอันตราย และวิธีจัดเก็บสารเคมี ซึ่งจัดทำตามระบบสากล GHS
ควรส่ง SDS ให้ผู้ผลิตก่อนเริ่มออกแบบ เพราะเอกสารนี้ครอบคลุมทั้งข้อ 13 และช่วยลดความผิดพลาดจากการสื่อสาร
ทีมวิศวกรใช้ข้อมูลจาก SDS กำหนดชนิดเรซิ่นและความหนาผนังถัง5. แบบถังและพื้นที่ติดตั้งเป็นอย่างไร?
แบบถังต้องสอดคล้องกับพื้นที่หน้างาน หลายโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม เช่น ย่านบางปู สมุทรปราการ หรือมาบตาพุด ระยอง มีพื้นที่จำกัด ถ้าไม่ระบุแบบให้ชัด อาจมีปัญหาตอนขนย้ายเข้าประตูหรือตอนติดตั้ง
ถังทรงเหลี่ยมช่วยใช้พื้นที่ได้คุ้มกว่า เหมาะกับโรงงานที่มีพื้นที่แคบข้อมูลที่ควรระบุ:
- ขนาดถัง: ความจุ เส้นผ่านศูนย์กลาง และความสูง
- รูปทรง: ถังกลมแนวตั้ง ถังแนวนอน หรือถังเหลี่ยมสำหรับพื้นที่แคบ
- การต่อกับระบบ: ตำแหน่งหน้าแปลน ท่อเข้า-ออก ช่องคนลง และช่องระบายอากาศ
- การขนส่ง: เส้นทางเข้าโรงงานและขนาดประตูหรือช่องที่ถังต้องผ่าน
- อุปกรณ์เสริม: บันได ราวกันตก และเกจวัดระดับ
ตัวอย่างแบบ Shop Drawing ที่ระบุขนาดและตำแหน่งท่อก่อนเริ่มผลิตดูตัวอย่างงานได้ที่ ถังเก็บสารเคมีแบบสั่งทำ
เรซิ่นแต่ละชนิดเหมาะกับสารเคมีแบบไหน?
ตารางนี้เป็นแนวทางเบื้องต้น ก่อนใช้งานจริงควรตรวจสอบกับตารางความทนสารเคมีของผู้ผลิตเรซิ่นทุกครั้ง
| ชนิดเรซิ่น | เหมาะกับสาร | ทนอุณหภูมิโดยประมาณ | ข้อจำกัด |
|---|---|---|---|
| ไอโซฟทาลิกโพลีเอสเตอร์ | น้ำ น้ำเสียทั่วไป และกรดอ่อนเจือจาง | ประมาณ 6070°C | ไม่เหมาะกับด่างแก่และตัวทำละลาย |
| ไวนิลเอสเตอร์ | HCl, HSO, NaOH และไฮโปคลอไรต์ | ประมาณ 90100°C | ราคาสูงกว่าโพลีเอสเตอร์ |
| โนโวแลคไวนิลเอสเตอร์ | ตัวทำละลาย กรดออกซิไดซ์ และสารที่อุณหภูมิสูง | ประมาณ 120150°C ขึ้นไป | ราคาสูงที่สุดในกลุ่ม |
หมายเหตุ: อุณหภูมิที่ทนได้จริงขึ้นอยู่กับชนิดสาร ความเข้มข้น และเกรดเรซิ่น
อ่านต่อได้ที่ ถังเก็บกรดเลือกเรซิ่นอย่างไร
ต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้างก่อนขอใบเสนอราคา?
ถ้าเตรียมข้อมูลครบ ผู้ผลิตจะเสนอราคาได้แม่นยำ และเทียบใบเสนอราคาจากหลายเจ้าได้อย่างยุติธรรม
- ชื่อสารเคมีและสูตรเคมี
- ความเข้มข้นเป็นเปอร์เซ็นต์
- อุณหภูมิใช้งานปกติและอุณหภูมิสูงสุด
- เอกสาร SDS/MSDS
- ความจุ ขนาด และรูปทรงถัง
- แบบหน้างานหรือรูปถ่ายพื้นที่ติดตั้ง
- ตำแหน่งท่อและอุปกรณ์ที่ต้องการ
- มาตรฐานที่โรงงานกำหนด (ถ้ามี)
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถัง FRP ใช้งานได้นานกี่ปี?
ถ้าเลือกเรซิ่นถูกต้องและผลิตได้มาตรฐาน ถัง FRP ใช้งานได้ประมาณ 2030 ปี ทั้งนี้ขึ้นกับสภาพการใช้งานและการบำรุงรักษา
ถัง FRP ใส่สารเคมีได้ทุกชนิดไหม?
ไม่ได้ ถัง FRP แต่ละใบผลิตด้วยเรซิ่นที่เลือกให้เหมาะกับสารบางกลุ่มเท่านั้น ถังที่ทำมาสำหรับกรด อาจใช้กับด่างแก่หรือตัวทำละลายไม่ได้
ถัง FRP กับถัง PE ต่างกันอย่างไร?
ถัง PE ราคาถูกกว่าและเหมาะกับงานขนาดเล็ก ส่วนถัง FRP แข็งแรงกว่า ทนอุณหภูมิสูงกว่า และสั่งผลิตเป็นถังขนาดใหญ่หลายหมื่นลิตรได้ ดูการเปรียบเทียบเพิ่มเติมที่ ถัง FRP กับถัง PE ต่างกันอย่างไร
ทำไมใบเสนอราคาถัง FRP ของแต่ละเจ้าจึงต่างกันมาก?
เพราะแต่ละเจ้าอาจใช้เรซิ่นคนละเกรด ผนังหนาไม่เท่ากัน และมีชั้นกันกัดกร่อนไม่เหมือนกัน ควรขอสเปกวัสดุและมาตรฐานการผลิตมาเทียบกันทุกครั้ง
ถ้าไม่มี MSDS จะสั่งผลิตถัง FRP ได้ไหม?
ได้ แต่ต้องแจ้งชื่อสาร ความเข้มข้น และอุณหภูมิให้ชัดเจน อย่างไรก็ตาม แนะนำให้ขอ SDS จากผู้จำหน่ายสารเคมีก่อน เพื่อให้ผู้ผลิตออกแบบได้แม่นยำที่สุด
ปรึกษาการเลือกถัง FRP กับผู้เชี่ยวชาญ
กระบวนการขึ้นรูปถัง FRP ในโรงงานของเราถ้ายังไม่แน่ใจว่าสารเคมีของคุณควรใช้ถัง FRP แบบไหน ส่งข้อมูลหรือเอกสาร SDS มาให้ทีมงานช่วยประเมินได้ฟรี ทีมงานจะแนะนำชนิดเรซิ่นและแบบถังที่เหมาะกับหน้างานของคุณ
- บริษัท: เอ็ม-เทค วอเตอร์โซลูชั่น จำกัด
- โทรศัพท์: 097-369-1516
- LINE ID: @m-tech
- อีเมล: Sales@m-tank.com
- พื้นที่บริการ: กรุงเทพฯ ปริมณฑล ภาคตะวันออก และทั่วประเทศ